เขียนโดย พว.กรกมล ซ้ายขวา · ผู้จัดการฝ่ายการพยาบาล · เผยแพร่ 26 กรกฎาคม 2569 · ปรับปรุง 11 กันยายน 2569 · อ่าน 7 นาที

เรื่องนี้แทบทุกบ้านรู้ว่าควรทำ แต่ถูกเลื่อนออกไปด้วยประโยคเดียวกันว่า “เดี๋ยวค่อยคุย ตอนนี้ท่านยังแข็งแรงดี” จนถึงวันที่ท่านเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน แล้วธนาคารขอลายเซ็นเจ้าของบัญชี หมอถามว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจแทน และไม่มีใครหาสมุดบัญชีเจอ ครอบครัวถึงรู้ว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย แม้จะเป็นลูกแท้ ๆ บทความนี้เขียนไว้ให้ทำตามได้เองทั้งหมด โดยมีข้อแม้เดียวคือ เอกสารที่มีผลทางกฎหมายควรให้ทนายความหรือหน่วยงานที่รับเอกสารตรวจก่อนเซ็นเสมอ
วันที่ท่านเซ็นชื่อไม่ได้แล้ว ครอบครัวทำอะไรได้บ้าง
คำตอบสั้น: ตามกฎหมายไทย ความเป็นลูกไม่ได้ให้สิทธิเซ็นเอกสารหรือจัดการทรัพย์สินแทนพ่อแม่โดยอัตโนมัติ ถ้าท่านแสดงเจตนาเองไม่ได้แล้วและไม่เคยมอบอำนาจไว้ ทางที่เหลือคือยื่นคำร้องต่อศาลขอตั้งผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ ซึ่งกินทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และเอกสารจำนวนมาก ขณะที่หนังสือมอบอำนาจที่เซ็นไว้ล่วงหน้าใช้เวลาทำแค่ครึ่งวัน
สิ่งที่ครอบครัวเจอในสัปดาห์แรกหลังท่านอาการทรุดซ้ำกันแทบทุกบ้าน — ธนาคารไม่ให้ถอนเงินแม้จะถือสมุดและรู้รหัส เพราะเจ้าของบัญชีต้องแสดงเจตนาเอง · โรงพยาบาลถามหาชื่อผู้มีอำนาจตัดสินใจแทนตอนต้องเซ็นยินยอมทำหัตถการ · ที่ดินหรือรถที่จะขายเพื่อเอาเงินมาดูแลท่าน โอนไม่ได้เพราะเจ้าของลงชื่อไม่ได้
ทางออกที่กฎหมายเปิดไว้เมื่อสายไปแล้วคือ การยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งว่าท่านเป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ แล้วตั้งผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์มาทำหน้าที่แทน กระบวนการนี้ต้องมีใบรับรองแพทย์ พยาน ความยินยอมของญาติสายตรง และเอกสารประกอบอีกหลายฉบับ ระหว่างที่รอ ค่าใช้จ่ายในการดูแลยังเดินอยู่ทุกวัน และมักตกอยู่ที่ลูกคนที่อยู่ใกล้ที่สุด
แล้วควรทำอะไรต่อ: สัปดาห์นี้เริ่มจากสองอย่างที่ง่ายที่สุดก่อน คือรวบรวมเอกสารแสดงตัวตนให้ครบชุด และนัดวันไปธนาคารพร้อมกันตอนที่ท่านยังไปได้ ส่วนเรื่องที่มีผลทางกฎหมายลึกกว่านั้น ให้จองเวลาปรึกษาทนายความ หรือสอบถามสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอในพื้นที่ ซึ่งแนะนำเรื่องแบบฟอร์มและขั้นตอนได้โดยตรง
เอกสาร 5 กลุ่มที่ควรจัดการ และแต่ละกลุ่มทำที่ไหน
คำตอบสั้น: แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ เอกสารแสดงตัวตน · หนังสือมอบอำนาจ · เรื่องบัญชีธนาคารและการเงิน · หนังสือแสดงเจตนาเกี่ยวกับการรักษาในวาระสุดท้าย · และพินัยกรรม สามกลุ่มแรกจัดการได้ที่สำนักงานเขตกับธนาคารด้วยตัวเอง ส่วนสองกลุ่มหลังควรให้ทนายความหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจข้อความก่อนลงชื่อทุกครั้ง
| กลุ่มเอกสาร | ทำหรือขอได้ที่ไหน | จุดที่ครอบครัวพลาดบ่อย |
|---|---|---|
| 1. เอกสารแสดงตัวตน | สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ | ไม่รู้ว่าบัตรประชาชนหมดอายุแล้ว จึงใช้ทำนิติกรรมไม่ได้ในวันที่ต้องใช้จริง |
| 2. หนังสือมอบอำนาจ | ใช้แบบฟอร์มของหน่วยงานปลายทาง เช่น ธนาคาร กรมที่ดิน | ให้ท่านเซ็นใบเปล่าไว้ก่อนแล้วค่อยเติมข้อความทีหลัง ซึ่งเสี่ยงมาก |
| 3. บัญชีธนาคารและการเงิน | สาขาที่เปิดบัญชี ไปพร้อมท่านตอนที่ท่านยังไปได้ | ไม่รู้ว่าท่านมีกี่บัญชี กี่กรมธรรม์ และมีหนี้อยู่ที่ไหนบ้าง |
| 4. หนังสือแสดงเจตนา | เขียนเองได้ตามมาตรา 12 แล้วแจ้งโรงพยาบาลที่รักษาประจำ | ทำแล้วเก็บไว้ในลิ้นชัก ไม่มีใครรู้ จึงไม่ถูกหยิบมาใช้ในวันที่ต้องใช้ |
| 5. พินัยกรรม | ทำแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่สำนักงานเขตหรืออำเภอ หรือให้ทนายความจัดทำ | ให้ผู้ที่จะได้รับทรัพย์มาเป็นพยาน ซึ่งทำให้ส่วนนั้นเสียเปล่า |
กลุ่มที่ 1 เอกสารแสดงตัวตน — บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการหย่า และใบมรณบัตรของคู่สมรสถ้ามี ข้อดีของกลุ่มนี้คือทำเสร็จในวันเดียวและไม่ต้องคุยเรื่องละเอียดอ่อนกับใคร เริ่มจากพลิกดูวันหมดอายุบัตรประชาชนก่อนเลย ผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไปทำบัตรที่ใช้ได้ตลอดชีพได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ ถ้าท่านออกจากบ้านลำบาก ให้โทรถามหน่วยงานในพื้นที่ก่อนว่ามีช่องทางผ่อนปรนอย่างไรบ้าง
กลุ่มที่ 2 หนังสือมอบอำนาจ — แบ่งตามขอบเขตเป็น เฉพาะการ ที่มอบให้ทำเรื่องเดียวครั้งเดียว เช่น ไปรับเงินรอบนั้น หรือไปยื่นเรื่องแปลงนั้น กับ ทั่วไป ที่ให้ทำธุระแทนได้หลายครั้งในขอบเขตที่เขียนไว้ ค่าอากรแสตมป์คือ 10 บาทสำหรับมอบอำนาจให้ทำครั้งเดียว และ 30 บาทสำหรับมอบอำนาจให้ทำมากกว่าหนึ่งครั้ง ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ อย่าให้ท่านเซ็นใบมอบอำนาจเปล่าเด็ดขาด ให้กรอกข้อความครบก่อนแล้วค่อยลงชื่อ และหน่วยงานหลายแห่งบังคับใช้แบบฟอร์มของตัวเอง ควรโทรถามปลายทางก่อนว่าต้องใช้แบบไหน
กลุ่มที่ 3 บัญชีธนาคารและการเงิน — งานหลักของกลุ่มนี้คือการทำรายการให้ครบว่าท่านมีอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง ทั้งบัญชีเงินฝากทุกธนาคาร สลากออมทรัพย์ กรมธรรม์ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ที่ดิน รถ รวมถึงหนี้สินและบัตรเครดิตที่ยังใช้อยู่ จากนั้นจึงไปที่สาขาพร้อมท่านเพื่อถามทางเลือกที่ธนาคารรองรับ เช่น การเพิ่มผู้มีอำนาจถอนหรือการเปิดบัญชีร่วม โดยควรรู้ก่อนว่าบัญชีร่วมแบบ “และ” ต้องลงชื่อครบทุกคนจึงเบิกได้ ส่วนแบบ “หรือ” คนใดคนหนึ่งเบิกได้เอง สะดวกกว่าแต่ต้องเลือกคนที่ไว้ใจได้จริง และเมื่อเจ้าของบัญชีเสียชีวิต บัญชีจะถูกระงับจนกว่าจะมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก
กลุ่มที่ 4 หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้าย — สิทธินี้เขียนไว้ในพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 ผู้ทำเขียนขึ้นเองได้ โดยระบุชื่อและเลขบัตรประชาชน วันเดือนปีที่ทำ ประเภทของบริการสาธารณสุขที่ไม่ประสงค์จะรับในวาระสุดท้าย และชื่อผู้ใกล้ชิดที่จะอธิบายเจตนาแทนเมื่อสื่อสารเองไม่ได้ สิ่งที่ควรเข้าใจตรงกันทั้งบ้านคือ เอกสารนี้พูดถึงเฉพาะการยื้อในวาระสุดท้าย ส่วนการดูแลให้สุขสบายและการระงับความปวดยังทำต่อตามปกติ และควรคุยกับแพทย์ที่ดูแลประจำเพื่อบันทึกไว้ในเวชระเบียนด้วย
กลุ่มที่ 5 พินัยกรรม — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์รองรับไว้หลายแบบ แต่ที่ครอบครัวทั่วไปใช้จริงมี 2 แบบ คือ แบบเขียนเองทั้งฉบับ ซึ่งต้องเขียนด้วยลายมือตนเองทั้งฉบับ ลงวันเดือนปีและลายมือชื่อ กับ แบบเอกสารฝ่ายเมือง ที่ทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ ซึ่งปลอดภัยที่สุดเพราะทางราชการเก็บต้นฉบับไว้ให้ กฎเหล็กที่พลาดกันบ่อยคือ ผู้ที่จะได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมและคู่สมรสของผู้นั้น มาเป็นพยานหรือผู้เขียนไม่ได้ และควรระบุชื่อผู้จัดการมรดกไว้ในฉบับเดียวกันเลย ช่วยลดขั้นตอนของทายาทได้มาก
แล้วควรทำอะไรต่อ: พิมพ์ตารางข้างบนออกมาหนึ่งแผ่น แล้วขีดว่าบ้านเรามีอะไรแล้วบ้าง ทำกลุ่มที่ 1 ถึง 3 ให้จบภายในเดือนนี้ เพราะทำเองได้ทั้งหมด แล้วค่อยนัดปรึกษาทนายความสำหรับกลุ่มที่ 4 และ 5 — ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อให้ครอบครัวเตรียมตัวได้ถูกทาง ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย
ทำตอนไหนถึงจะทัน และจะเปิดเรื่องกับท่านยังไง
คำตอบสั้น: จังหวะที่ยังทันคือตอนที่ท่านอ่านเข้าใจ ตอบคำถามได้ตรง และรู้ว่ากำลังเซ็นอะไรอยู่ สัญญาณว่าเริ่มช้าแล้วคือ ท่านลืมเรื่องเงิน จ่ายบิลซ้ำหรือลืมจ่าย หาของที่เก็บเองไม่เจอบ่อยขึ้น หรือเซ็นเอกสารโดยไม่อ่าน ถ้าเห็นสัญญาณเหล่านี้ ให้ลงมือภายในเดือนนี้
อุปสรรคจริงของเรื่องนี้คือการเปิดปากคุย เพราะพอลูกพูดคำว่าพินัยกรรมหรือมอบอำนาจ ท่านมักได้ยินเป็นอีกความหมายหนึ่งทันที วิธีที่ทำให้บทสนทนาไปต่อได้มีสามข้อ — เริ่มจากเรื่องของตัวเองก่อน เช่น เล่าว่าเพิ่งทำหนังสือมอบอำนาจของตัวเองไว้ให้พี่น้องเผื่อฉุกเฉิน แล้วชวนท่านทำพร้อมกันทั้งบ้าน · อย่าเริ่มจากพินัยกรรม เพราะแตะเรื่องมรดกตั้งแต่ประโยคแรกทำให้ทุกคนตั้งการ์ด ให้เริ่มจากเรื่องสุขภาพและธุระประจำวันแทน · และให้ท่านเป็นคนตัดสินใจ ลูกเป็นแค่คนจัดคิวและขับรถพาไป
ถ้าท่านเริ่มมีปัญหาเรื่องความจำแล้วแต่ยังคุยรู้เรื่อง ให้เพิ่มความรอบคอบอีกชั้น คือพาไปพบแพทย์ที่ดูแลท่านประจำในช่วงใกล้วันที่จะเซ็น เพื่อให้มีบันทึกว่าวันนั้นท่านสื่อสารและเข้าใจเรื่องได้ และเลือกพยานที่ไม่มีส่วนได้เสียกับทรัพย์สิน เช่น เพื่อนบ้าน แทนที่จะใช้ลูกทุกคน จุดนี้ลดโอกาสที่พี่น้องจะโต้แย้งกันเองภายหลังได้มาก
แล้วควรทำอะไรต่อ: ถ้ายังไม่รู้จะเปิดประโยคแรกยังไง มีวิธีเปิดบทสนทนาเรื่องยากกับพ่อแม่อยู่ในบทความนี้ ส่วนถ้ายังไม่แน่ใจว่าท่านถึงจุดที่ต้องมีคนช่วยดูแลแล้วหรือยัง ลองเทียบกับ 5 สัญญาณที่บอกว่าครอบครัวควรมีผู้ช่วยดูแล ก่อนตัดสินใจ
กำลังจัดเอกสาร เพราะเริ่มดูแลท่านเองไม่ไหวแล้ว?
แวะดูห้องจริงที่สาขาบางบัวทองได้ทุกวัน 08:00–18:00 น. ไม่ต้องนัดล่วงหน้า ไม่มีค่าใช้จ่าย — ห้องรวม 20,000 บาท/เดือน ห้องเดี่ยว 25,000 บาท/เดือน ไม่มีค่าแรกเข้า
เก็บเอกสารไว้ที่ไหน สำเนากี่ชุด และใครควรรู้
คำตอบสั้น: หลักที่ใช้ได้กับทุกบ้านคือ ต้นฉบับเก็บที่เดียว สำเนาอีก 2 ชุดแยกกันคนละที่ และมีคนรู้ที่เก็บอย่างน้อย 2 คน จากนั้นทำสารบัญหน้าเดียวว่ามีอะไรบ้างและอยู่ตรงไหน วางไว้หน้าแฟ้ม เพราะเอกสารที่ดีที่สุดก็ไร้ประโยชน์ ถ้าวันที่ต้องใช้แล้วไม่มีใครหาเจอ
| เอกสาร | ต้นฉบับควรอยู่ที่ไหน | ใครควรมีสำเนา |
|---|---|---|
| บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน | ติดตัวท่านหรือแฟ้มกลางของบ้าน | ลูกที่เป็นผู้ติดต่อหลักและผู้สำรอง คนละ 1 ชุด |
| หนังสือมอบอำนาจ | ผู้รับมอบอำนาจถือต้นฉบับ | ท่านเก็บสำเนาไว้เอง 1 ชุด และแฟ้มกลางอีก 1 ชุด |
| สมุดบัญชี กรมธรรม์ รายการทรัพย์สิน | ตู้เก็บที่ล็อกได้ที่บ้าน และต้องมีคนรู้ที่เก็บกุญแจ | เฉพาะผู้ที่ท่านระบุ ไม่ต้องแจกทุกคน |
| หนังสือแสดงเจตนา | แฟ้มกลางของบ้าน หยิบได้ทันทีตอนฉุกเฉิน | โรงพยาบาลที่รักษาประจำ ผู้ใกล้ชิดที่ระบุชื่อไว้ และที่ที่ท่านพักอยู่ |
| พินัยกรรม | สำนักงานเขตหรืออำเภอถ้าทำแบบเอกสารฝ่ายเมือง หรือที่ทนายความ | บอกให้รู้ว่าเก็บไว้ที่ไหนก็พอ ไม่จำเป็นต้องแจกสำเนา |
สี่ข้อควรระวังที่เจอบ่อยจนต้องเตือนซ้ำ — หนึ่ง อย่าเก็บทุกอย่างไว้ในตู้เซฟที่มีคนเดียวรู้รหัส เพราะถ้าคนนั้นเดินทางหรือป่วย ทุกอย่างจะค้างทันที · สอง สำเนาบัตรประชาชนทุกใบต้องขีดคร่อมและเขียนกำกับว่าใช้เพื่ออะไร พร้อมลงวันที่ · สาม อย่าให้ท่านเซ็นเอกสารเปล่าทิ้งไว้ ไม่ว่าจะสะดวกแค่ไหน · สี่ ทบทวนแฟ้มนี้ปีละครั้ง เพราะเบอร์โทร บัญชี และเงื่อนไขประกันเปลี่ยนได้ทุกปี
แล้วควรทำอะไรต่อ: ทำสำเนาอีกชุดหนึ่งไว้ที่ที่ที่ท่านพักอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านของลูกคนใดคนหนึ่ง หรือบ้านพักดูแลผู้สูงอายุ เพราะวันที่ต้องส่งโรงพยาบาลกะทันหัน เอกสารต้องไปพร้อมตัวท่าน ไม่ใช่รออยู่ในลิ้นชักที่บ้านอีกฝั่งของเมือง — ถ้ากำลังเตรียมตัวเข้าพักพอดี อ่านคู่มือเตรียมตัวก่อนวันเข้าพักฉบับเต็ม ควบคู่ไปด้วย
ที่อ้อมกอดทำยังไง กับเอกสารของครอบครัวที่มาพัก
คำตอบสั้น: ตอนเข้าพักที่อ้อมกอด ครอบครัวเตรียมเอกสาร 5 อย่าง คือ บัตรประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนา สำเนาทะเบียนบ้าน ประวัติการรักษาและรายการยาปัจจุบัน เอกสารสิทธิการรักษา และรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินอย่างน้อย 2 คนพร้อมระบุผู้ตัดสินใจหลัก ส่วนการจัดทำเอกสารที่มีผลทางกฎหมายเป็นงานของทนายความและสำนักงานเขต
การแบ่งหน้าที่ตรงนี้ควรเข้าใจตรงกันตั้งแต่วันแรก — การรับรองเอกสาร การทำพินัยกรรม และการมอบอำนาจ เป็นหน้าที่ของทนายความ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ และธนาคารเจ้าของบัญชี ส่วนหน้าที่ของอ้อมกอดคือดูแลชีวิตประจำวันของท่าน และทำให้ข้อมูลที่จำเป็นอยู่ในมือคนที่ต้องใช้ ในวินาทีที่ต้องใช้จริง
สิ่งที่ทีมงานทำกับเอกสารของท่านหลังเข้าพัก
- ✓ เก็บสำเนาทั้งชุดไว้ในแฟ้มประจำตัวของท่าน พร้อมสารบัญหน้าแรกว่ามีอะไรบ้าง
- ✓ บันทึกชื่อผู้ตัดสินใจหลักและผู้สำรอง พร้อมเบอร์ที่ติดต่อได้จริงตอนกลางคืน
- ✓ ถ้าครอบครัวมีหนังสือแสดงเจตนาหรือหนังสือมอบอำนาจ ให้ฝากสำเนาไว้ เพื่อส่งต่อพร้อมท่านเมื่อต้องไปโรงพยาบาล
- ✓ เวลาส่งโรงพยาบาล เอกสารชุดนี้และรายการยาไปพร้อมตัวท่านเสมอ ไม่ต้องรอครอบครัวขับรถกลับไปหยิบที่บ้าน
มาตรฐานการดูแลที่อยู่เบื้องหลังแฟ้มนั้น
- ✓ ผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมอยู่ประจำ 24 ชั่วโมง ภายใต้การกำกับดูแลของทีมพยาบาล
- ✓ พยาบาลวิชาชีพเข้าเยี่ยมประเมิน 1–2 ครั้ง/สัปดาห์ และปรึกษาทางโทรศัพท์ได้ 24 ชั่วโมง
- ✓ อัตราส่วนการดูแล 1:5 ตามมาตรฐาน สบส. กลางคืนผู้ดูแลอยู่เวรตื่นทุกคืน ตรวจตราทุก 2 ชั่วโมง
- ✓ ห้องรวม 20,000 บาท/เดือน · ห้องเดี่ยว 25,000 บาท/เดือน · ไม่มีค่าแรกเข้า
- ✓ ห้องเดี่ยวมีรายงานอาการถึงครอบครัวทุกสัปดาห์ · เยี่ยมได้ทุกวัน 08:00–18:00 น.
- ✓ จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กำกับโดย สบส. ขอดูใบอนุญาตตัวจริงได้
ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องงบระยะยาว ตารางเทียบราคาบ้านพักผู้สูงอายุปี 2569 ช่วยคำนวณว่าจ่ายไหวกี่ปี ก่อนตัดสินใจที่ไหนก็ตาม ควร เช็กใบอนุญาต สบส. ด้วยตัวเองใน 5 นาที และเตรียม เช็กลิสต์คำถามสำหรับวันไปดูสถานที่จริง ไปด้วย — ถ้ายังลังเลระหว่างห้องรวมกับห้องเดี่ยว มีตารางเทียบสองแบบไว้ให้แล้ว
ดูรายละเอียดสาขาบางบัวทอง — อาคารบนพื้นที่ 1 ไร่ ที่ 141 หมู่ 5 ตำบลลำโพ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ทีมเดิมที่ดูแลย่านนี้มากว่า 10 ปี ส่วนสาขาพระราม 3 เปิด 1 ตุลาคม 2569 จองห้องล่วงหน้าได้ · ดูราคาและสิ่งที่รวมในค่าห้อง · ขอรายการเอกสารที่ต้องเตรียมล่วงหน้า
คำถามที่ครอบครัวถามบ่อย
หนังสือมอบอำนาจทั่วไปกับเฉพาะการ ต่างกันยังไง
หนังสือมอบอำนาจเฉพาะการ ใช้มอบให้ทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งครั้งเดียว เช่น ไปรับเงินที่ธนาคารรอบนั้น หรือไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตเรื่องนั้น ส่วนหนังสือมอบอำนาจทั่วไป ครอบคลุมการทำธุระแทนได้หลายครั้งในขอบเขตที่ระบุไว้ ค่าอากรแสตมป์ก็ต่างกัน คือ 10 บาทสำหรับการมอบอำนาจให้ทำครั้งเดียว และ 30 บาทสำหรับการมอบอำนาจให้ทำมากกว่าหนึ่งครั้ง หน่วยงานหลายแห่งเช่นธนาคารและกรมที่ดินมีแบบฟอร์มของตัวเอง ควรถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องใช้แบบไหน และควรให้ทนายความตรวจข้อความก่อนเซ็นทุกครั้ง
ถ้าพ่อแม่เซ็นเอกสารเองไม่ได้แล้ว ครอบครัวทำอะไรได้บ้าง
ความเป็นลูกไม่ได้ทำให้มีอำนาจจัดการทรัพย์สินหรือเซ็นเอกสารแทนพ่อแม่โดยอัตโนมัติ ถ้าท่านไม่สามารถแสดงเจตนาได้แล้วและไม่เคยทำหนังสือมอบอำนาจไว้ ทางที่เหลือคือยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้สั่งว่าท่านเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ แล้วตั้งผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ตามที่ศาลเห็นสมควร ขั้นตอนนี้ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ พยาน และเอกสารประกอบจำนวนมาก ใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย จึงควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เนิ่น ๆ
เข้าบ้านพักดูแลผู้สูงอายุ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
เอกสารที่ใช้ตอนเข้าพักมี 5 อย่าง คือ บัตรประชาชนตัวจริงของผู้สูงอายุพร้อมสำเนา สำเนาทะเบียนบ้าน ประวัติการรักษาล่าสุดพร้อมรายการยาปัจจุบัน เอกสารสิทธิการรักษาและชื่อโรงพยาบาลที่ใช้สิทธิ และรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินอย่างน้อย 2 คน พร้อมระบุว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจหลัก ถ้าครอบครัวมีหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือแสดงเจตนาเกี่ยวกับการรักษาในวาระสุดท้ายอยู่แล้ว ควรแจ้งและฝากสำเนาไว้ตั้งแต่วันแรก เพื่อให้ส่งต่อไปพร้อมท่านได้ทันทีเมื่อต้องไปโรงพยาบาล
เขียนโดย พว.กรกมล ซ้ายขวา
พยาบาลวิชาชีพ | ผู้จัดการฝ่ายการพยาบาล อ้อมกอด เนอสซิ่งโฮม
เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาล พว.5511238017
กำกับดูแลมาตรฐานการดูแลทั้งหมดของ อ้อมกอด Nursing Home ดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในนนทบุรีและกรุงเทพฯ
ปรับปรุงล่าสุด 11 กันยายน 2569 — บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
แอด LINE อ้อมกอด — เลือกสาขาที่สะดวก
สอบถามห้องพัก ราคา และนัดชมสถานที่ ตอบทุกวัน 08:00–18:00 น.

QR นี้คือ LINE สาขาพระราม 3 · สาขาบางบัวทองกดปุ่มด้านล่าง
เปิด LINE บางบัวทองเปิด LINE พระราม 3
