แผลกดทับ ระยะ 1–4 ดูยังไง
ดูแลเองที่บ้านได้แค่ไหน
เขียนโดย พว.กรกมล ซ้ายขวา · ผู้จัดการฝ่ายการพยาบาล · เผยแพร่ 26 กรกฎาคม 2569 · อ่าน 6 นาที

ตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมให้คุณแม่ คุณเห็นรอยแดงขนาดเหรียญสิบที่ก้นกบ ลองกดดูแล้วมันไม่ซีด คำถามแรกคือ “นี่ใช่แผลกดทับหรือยัง แล้วต้องพาไปโรงพยาบาลเลยไหม” บทความนี้ตอบตั้งแต่วิธีดูว่าอยู่ระยะไหน วิธีป้องกันที่ทำได้จริง ไปจนถึงเส้นที่ต้องให้แพทย์ดู
แผลกดทับ 4 ระยะ ต่างกันยังไง ดูตรงไหน
คำตอบสั้น: แผลกดทับแบ่งตามความลึก 4 ระยะ ระยะ 1 ผิวยังปิดอยู่แต่มีรอยแดงที่กดแล้วไม่ซีด ระยะ 2 ผิวชั้นบนหลุดเป็นแผลตื้นหรือตุ่มน้ำ ระยะ 3 ลึกทะลุถึงชั้นไขมันเห็นเป็นโพรง ระยะ 4 ลึกจนเห็นกล้ามเนื้อ เอ็น หรือกระดูก ยิ่งลึกยิ่งต้องให้แพทย์ประเมิน
เครื่องมือที่ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์คือการกดแล้วดูว่าซีดไหม ใช้ปลายนิ้วกดกลางรอยแดงค้างไว้ 3 วินาทีแล้วยกขึ้น ถ้าซีดแล้วค่อยกลับมาแดง แปลว่าเลือดยังไหลเวียนได้ แต่ถ้ายังแดงเท่าเดิม นั่นคือระยะ 1 และเนื้อเยื่อใต้ผิวเริ่มเสียหายแล้ว
| ระยะ | เห็นอะไรบนตัวท่าน | สิ่งที่ต้องทำต่อ |
|---|---|---|
| ระยะ 1 | ผิวยังไม่แตก รอยแดงกดแล้วไม่ซีด มักอุ่นหรือแข็งกว่ารอบข้าง | เอาน้ำหนักออกจากจุดนั้นทันที เพิ่มรอบพลิกตัว ถ่ายรูปจดวันที่ไว้ |
| ระยะ 2 | ผิวชั้นบนหลุด เห็นแผลตื้นสีชมพูแดง หรือขึ้นเป็นตุ่มน้ำใส | ห้ามเจาะตุ่มน้ำเอง ให้พยาบาลหรือแพทย์ดูภายใน 1–2 วัน |
| ระยะ 3 | ลึกทะลุถึงชั้นไขมัน เห็นเป็นโพรง ขอบแผลยกตัว | พาไปพบแพทย์ ต้องมีแผนทำแผลที่แพทย์กำหนด ไม่เลือกยาเอง |
| ระยะ 4 | ลึกจนเห็นกล้ามเนื้อ เอ็น หรือกระดูก มักมีเนื้อตายหรือกลิ่น | เรื่องด่วน ไปโรงพยาบาลทันที เสี่ยงติดเชื้อลงกระดูกและกระแสเลือด |
5 จุดที่ต้องตรวจทุกวัน ก่อนแผลจะเกิด
คำตอบสั้น: จุดที่เกิดแผลกดทับบ่อยที่สุดคือตำแหน่งที่กระดูกอยู่ใกล้ผิว ได้แก่ ก้นกบ สะโพกด้านข้าง ส้นเท้า ข้อศอก และหลังศีรษะ ให้ตรวจครบทั้ง 5 จุดทุกครั้งที่พลิกตัวและตอนเช็ดตัว ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที และเป็นวิธีเดียวที่จะเห็นระยะ 1 ได้ทันก่อนผิวจะแตก
| จุดเสี่ยง | เกิดจากท่าไหน | วิธีลดแรงกด |
|---|---|---|
| 1. ก้นกบ | นอนหงายท่าเดิมนาน ยกหัวเตียงสูงจนตัวไถลลง | ตะแคงสลับซ้ายขวาแบบเอียง 30 องศา |
| 2. สะโพกด้านข้าง | ตะแคงตรง 90 องศาจนปุ่มกระดูกรับน้ำหนักเต็ม | หนุนหมอนหลังให้เอียงแค่ 30 องศา |
| 3. ส้นเท้า | นอนหงายแล้วส้นกดที่นอนตลอด จุดที่ลืมตรวจบ่อยที่สุด | หนุนหมอนใต้น่องให้ส้นลอย ไม่หนุนใต้ส้นตรง ๆ |
| 4. ข้อศอก | ใช้ศอกยันตัวเวลาขยับ หรือพาดแขนบนราวเตียง | รองผ้านุ่มใต้ศอก และช่วยยกตัวแทนการปล่อยให้ยันไถเอง |
| 5. หลังศีรษะและใบหู | นอนหันหน้าท่าเดิมทั้งคืน โดยเฉพาะเมื่อใช้หมอนแข็ง | เปลี่ยนทิศที่หันหน้าทุกครั้งที่พลิก ใช้หมอนนุ่ม |
จุดที่มักลืมคือจุดที่เกิดจากของที่รัดตัวท่าน เช่น หลังใบหูที่สายออกซิเจนคล้องผ่าน และขอบผ้าอ้อมที่รัดจนเป็นรอย แล้วควรทำอะไรต่อ: ผูกการตรวจไว้กับกิจวัตรเดิม คือตอนเช็ดตัวเช้า ตอนเปลี่ยนผ้าอ้อม และก่อนนอน เห็นรอยแดงให้ถ่ายรูปพร้อมจดวันที่ เพราะภาพเทียบระหว่างวันบอกได้ชัดกว่าคำอธิบาย
ป้องกันยังไงให้ได้ผลจริงที่บ้าน
คำตอบสั้น: การป้องกันที่ได้ผลต้องทำสี่เรื่องพร้อมกัน คือ พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงไม่เว้นกลางคืน ใช้ผ้ารองยกตัวแทนการลาก หนุนหมอนให้ปุ่มกระดูกลอยพ้นที่นอน และรักษาผิวให้แห้งอยู่เสมอ ทำแค่ข้อเดียวไม่พอ เพราะแรงกด แรงเสียดสี และความชื้นทำงานร่วมกัน
- ✓ พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง วนเป็นรอบ — ตะแคงซ้าย นอนหงาย ตะแคงขวา ทำตารางติดข้างเตียงแล้วขีดทุกครั้ง จะรู้ว่ารอบไหนหายไป
- ✓ ใช้ผ้ารองยก ไม่ลากตัว — สองคนจับมุมผ้ายกพร้อมกัน การลากทำให้ชั้นใต้ผิวฉีกจนเกิดแผลที่ดูตื้นแต่ลึกจริง
- ✓ หนุนหมอนให้ปุ่มกระดูกลอย — หนุนใต้น่องให้ส้นลอย คั่นระหว่างเข่าเวลาตะแคง ห้ามใช้ห่วงยางแบบโดนัทรองก้น
- ✓ ผิวต้องแห้งตลอด — เปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีที่เปียก ซับแบบกดไม่ถู และห้ามนวดคลึงบริเวณที่แดง
- ✓ ที่นอนลมช่วยได้ แต่ไม่แทนการพลิกตัว — ส่วนโปรตีนและน้ำที่พอก็สำคัญ เพราะผิวที่ขาดสารอาหารซ่อมตัวช้ากว่าปกติมาก
“รอบที่หายไปเกือบทุกบ้านคือรอบตีสาม กลางวันพลิกครบ แต่กลางคืนคนดูแลก็ต้องนอนเหมือนกัน แผลกดทับจึงมักเริ่มจากคืนที่ไม่มีใครตื่น”
ตั้งนาฬิกาปลุกทุก 2 ชั่วโมงทำได้จริงในสัปดาห์แรก แต่พอเข้าเดือนที่สอง คนที่นอนไม่เต็มคืนติดกันจะเริ่มกดปิดเสียงปลุกโดยไม่รู้ตัว — อ่านคู่มือดูแลติดเตียงที่บ้านฉบับเต็ม · อ่านเรื่องภาวะหมดไฟของคนดูแล
ถ้ารอบตีสามคือรอบที่บ้านทำไม่ไหว
ที่อ้อมกอดมีผู้ดูแลอยู่เวรตื่นทุกคืน ตรวจตราทุก 2 ชั่วโมง — โทรมาเล่าอาการของท่านได้ ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
ระยะไหนต้องพาไปพบแพทย์ทันที
คำตอบสั้น: พาไปพบแพทย์ทันทีเมื่อแผลลึกถึงระยะ 3 หรือ 4 คือเห็นชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ หรือกระดูก และเมื่อมีสัญญาณติดเชื้อ ได้แก่ มีหนอง มีกลิ่นเหม็น ขอบแผลบวมแดงร้อน มีไข้ ซึมลง หรือกินได้น้อยลงผิดปกติ อาการกลุ่มหลังนี้รอข้ามคืนไม่ได้
เส้นแบ่งที่ใช้ง่ายที่สุดคือ ระยะ 1–2 เป็นเรื่องของการลดแรงกดและความชื้น ซึ่งครอบครัวทำเองได้ ส่วนระยะ 3–4 เป็นเรื่องของการรักษา ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์ แต่ถ้าท่านเป็นเบาหวาน ควรให้แพทย์ดูตั้งแต่ระยะ 2 เพราะแผลลุกลามเร็วกว่าคนทั่วไป
- – ไปโรงพยาบาลทันที เมื่อเห็นเนื้อชั้นลึก มีหนองหรือกลิ่น มีไข้ หนาวสั่น หรือซึมลงชัดเจน
- – นัดพบแพทย์ใน 1–2 วัน เมื่อผิวเริ่มแตกเป็นแผลตื้น มีตุ่มน้ำ หรือรอยแดงระยะ 1 ไม่ดีขึ้นแม้ลดแรงกดแล้ว 3 วัน
- – สิ่งที่ไม่ควรทำเอง เจาะตุ่มน้ำ ลอกเนื้อตาย ราดแอลกอฮอล์ลงแผลเปิด หรือซื้อแผ่นปิดแผลใช้เองโดยไม่มีคำสั่งแพทย์
แล้วควรทำอะไรต่อ: ขอแผนการทำแผลเป็นลายลักษณ์อักษรกลับมาด้วย แล้วติดไว้ข้างเตียงคู่กับตารางพลิกตัว เพราะแผลกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายถ้าแรงกดยังเท่าเดิม — ถ้าไม่แน่ใจว่าบ้านยังรับไหว ดูสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องมีคนช่วยดูแล
ที่อ้อมกอดทำยังไงกับเรื่องแผลกดทับ
คำตอบสั้น: อ้อมกอดวางน้ำหนักไว้ที่การป้องกันและการเฝ้าระวังรายวัน ผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมอยู่ประจำ 24 ชั่วโมงภายใต้การกำกับดูแลของทีมพยาบาล อัตราส่วนการดูแล 1:5 กลางคืนมีผู้ดูแลอยู่เวรตื่นทุกคืน ตรวจตราทุก 2 ชั่วโมง ส่วนการรักษาแผลที่เปิดแล้วเป็นหน้าที่ของแพทย์ ทีมจึงประสานส่งโรงพยาบาลเมื่อจำเป็น
หน้าที่แบ่งกันชัดเจนตั้งแต่ต้น งานประจำของทีมที่นี่คือลดแรงกด คุมความชื้น และตรวจผิวให้เห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยังเป็นรอยแดง ส่วนการประเมินแผลที่เปิดแล้วและการสั่งยาเป็นหน้าที่ของแพทย์ เมื่อทีมเห็นสัญญาณที่เกินขอบเขต จะแจ้งครอบครัวและประสานส่งต่อทันที ไม่รอรอบรายงาน
- ✓ พลิกตัวตามรอบและตรวจผิว 5 จุดเสี่ยงทุกครั้ง บันทึกไว้ให้ครอบครัวขอดูได้
- ✓ พยาบาลวิชาชีพเข้าเยี่ยมประเมิน 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์ ปรึกษาทางโทรศัพท์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ✓ อาหาร 3 มื้อ พร้อมของว่าง 2 มื้อ ปรับตามโรคประจำตัว · กายบริหารประจำวันรวมในราคา ทำโดยผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกอบรมจากนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ ส่วนนักกายภาพบำบัดวิชาชีพจัดให้ตามที่ร้องขอ คิดค่าใช้จ่ายแยก
- ✓ ห้องรวม 18,000 บาท/เดือน · ห้องเดี่ยว 23,000 บาท/เดือน · ไม่มีค่าแรกเข้า · ห้องเดี่ยวมีรายงานอาการทุกสัปดาห์
- ✓ เยี่ยมได้ทุกวัน 08:00–18:00 น. ไม่ต้องนัดล่วงหน้า ครอบครัวขอดูผิวของท่านเองได้ทุกครั้ง
- ✓ เคสซับซ้อนประเมินก่อนรับทุกเคส แจ้งราคาแน่นอนก่อนเข้าพัก · จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กำกับโดย สบส.
ถ้ากำลังชั่งใจระหว่างจ้างคนมาช่วยที่บ้านกับย้ายท่านไปอยู่ที่ที่มีคนอยู่เวรตลอดคืน มีตารางเทียบต้นทุนจริงไว้ให้แล้ว และไม่ว่าจะเลือกที่ไหน ควรเช็กใบอนุญาต สบส. ด้วยตัวเองก่อน — ดูบริการทั้งหมด · ดูราคา · ดูสาขาบางบัวทอง · ดูชีวิตประจำวันที่นี่
คำถามที่ครอบครัวถามบ่อย
แผลกดทับระยะ 1 หน้าตาเป็นยังไง แยกจากรอยแดงธรรมดายังไง
ระยะ 1 คือผิวหนังยังไม่แตก แต่มีรอยแดงที่กดแล้วไม่ซีด วิธีแยกคือใช้ปลายนิ้วกดลงบนรอยแดงค้างไว้ประมาณ 3 วินาทีแล้วยกขึ้น ถ้าผิวซีดลงแล้วค่อยกลับมาแดง แปลว่าเลือดยังไหลเวียนตามปกติ แต่ถ้ากดแล้วยังแดงเท่าเดิม นั่นคือแผลกดทับระยะ 1 ผิวบริเวณนั้นมักอุ่นหรือแข็งกว่ารอบข้าง ให้เอาน้ำหนักออกจากจุดนั้นทันที และห้ามนวดคลึงบริเวณที่แดง
แผลกดทับ ดูแลเองที่บ้านได้ถึงระยะไหน
ระยะ 1 และระยะ 2 ที่แผลยังตื้น ครอบครัวดูแลต่อเนื่องเองที่บ้านได้ ถ้าเอาน้ำหนักออกจากจุดนั้นได้จริง พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง รักษาผิวให้แห้ง และให้อาหารที่มีโปรตีนเพียงพอ ส่วนระยะ 3 และระยะ 4 ที่ลึกถึงชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ หรือกระดูก ต้องให้แพทย์ประเมินและวางแผนการรักษา การเลือกน้ำยาและแผ่นปิดแผลต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแล
กลางคืนพลิกตัวไม่ไหวทุก 2 ชั่วโมง ควรทำยังไง
กลางคืนคือช่วงที่ครอบครัวส่วนใหญ่ทำไม่ครบ เพราะคนดูแลต้องนอนเหมือนกัน ทางเลือกที่ทำได้จริงคือแบ่งเวรกันในบ้านให้แต่ละคนรับผิดชอบคนละช่วง ตั้งนาฬิกาปลุกทุก 2 ชั่วโมงแทนการหวังว่าจะตื่นเอง และใช้ที่นอนลดแรงกดร่วมด้วยเพื่อซื้อเวลา แต่ยังต้องพลิกตัวอยู่ดี ถ้าเริ่มนอนไม่พอติดต่อกันหลายสัปดาห์ ควรหาคนช่วยรอบกลางคืน หรือพิจารณาที่พักที่มีผู้ดูแลอยู่เวรตื่นตลอดคืน
อยากให้มีคนช่วยดูรอบกลางคืน ลองก่อนได้
ทดลองอยู่ 7 วัน 4,999 บาท (ปกติ 6,999 บาท) 3 สิทธิ์แรก ถึง 31 สิงหาคม 2569 เฉพาะสาขาบางบัวทอง — หรือแวะดูห้องจริงก่อนก็ได้ ทุกวัน 08:00–18:00 น.
เขียนโดย พว.กรกมล ซ้ายขวา
พยาบาลวิชาชีพ | ผู้จัดการฝ่ายการพยาบาล อ้อมกอด เนอสซิ่งโฮม
เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาล พว.5511238017
กำกับดูแลมาตรฐานการดูแลทั้งหมดของ อ้อมกอด Nursing Home ดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในนนทบุรีและกรุงเทพฯ
เผยแพร่ 26 กรกฎาคม 2569 — บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการสังเกตและป้องกันเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การประเมินระยะแผลและการทำแผลต้องทำโดยแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลท่านโดยตรง
