ดูแลผู้สูงอายุติดเตียงที่บ้าน
พลิกตัว แผลกดทับ ป้อนอาหาร ทำเองได้แค่ไหน
เขียนโดย พว.กรกมล ซ้ายขวา · ผู้จัดการฝ่ายการพยาบาล · เผยแพร่ 26 กรกฎาคม 2569 · อ่าน 7 นาที
เมื่อคุณพ่อคุณแม่เริ่มลุกไม่ได้ ครอบครัวส่วนใหญ่ตั้งใจดูแลเองที่บ้านก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้จริง บทความนี้รวมวิธีที่ทีมผู้ดูแลใช้จริงทุกวัน เขียนให้ครอบครัวเอาไปทำได้เลย พร้อมบอกตรง ๆ ว่าตรงไหนที่ควรมีคนช่วย
1. พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง — เรื่องเดียวที่ห้ามพลาด
คำตอบสั้น: พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อไม่ให้ผิวหนังจุดเดิมถูกกดทับนานเกินไป จุดที่เกิดแผลกดทับง่ายที่สุดคือก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ข้อศอก และหลังศีรษะ
- ✓ ใช้ผ้ารองช่วยยก ไม่ลากตัว — การลากทำให้ผิวถลอกและเป็นแผลง่ายกว่าเดิม ควรมีคน 2 คนช่วยกันยกถ้าทำได้
- ✓ ใช้หมอนหนุนกันจุดกระดูกชนกัน — หนุนระหว่างเข่า ใต้ส้นเท้าให้ลอยจากที่นอน และหนุนหลังกันพลิกกลับ
- ✓ ที่นอนลมช่วยได้ แต่ไม่แทนการพลิกตัว — ครอบครัวหลายรายเข้าใจผิดว่าซื้อที่นอนลมแล้วไม่ต้องพลิก ซึ่งไม่จริง
- ✓ ตรวจผิวหนังทุกครั้งที่พลิก — มองหารอยแดงที่กดแล้วไม่ซีด นั่นคือระยะเริ่มต้นของแผลกดทับ ต้องรีบเปลี่ยนท่าและปรึกษาพยาบาล
2. ป้อนอาหารให้ปลอดภัย ไม่สำลัก
คำตอบสั้น: ยกหัวเตียงขึ้น 30–45 องศาก่อนป้อน ป้อนคำเล็ก ช้า รอให้กลืนหมดก่อนป้อนคำต่อไป และคงท่าไว้อีก 30 นาทีหลังอาหาร ก่อนให้นอนราบ
การสำลักในผู้สูงอายุติดเตียงไม่ได้แสดงออกชัดเจนเสมอไป บางครั้งไม่ไอเลยแต่อาหารลงปอด เรียกว่าการสำลักแบบเงียบ ซึ่งอาจนำไปสู่ปอดอักเสบได้ สัญญาณที่ต้องหยุดป้อนทันที คือ ไอหรือสำลักบ่อยขณะกิน เสียงเปลี่ยนไปหลังกลืน มีไข้ต่ำ ๆ ไม่ทราบสาเหตุ หรือเหนื่อยง่ายกว่าเดิม — ควรปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์ผู้ดูแลก่อนป้อนต่อ
เรื่องเนื้ออาหาร ผู้สูงอายุที่เคี้ยวหรือกลืนลำบากต้องปรับความข้นให้เหมาะ ไม่ใช่แค่บดให้ละเอียด เพราะอาหารเหลวใสบางครั้งสำลักง่ายกว่าอาหารข้น — อ่านเรื่องอาหารอ่อนย่อยง่ายสำหรับผู้สูงวัย
3. ความสะอาดและผิวหนัง — ต้องแห้งเสมอ
คำตอบสั้น: ความชื้นคือตัวเร่งแผลกดทับที่ถูกมองข้ามที่สุด ผิวที่เปียกจากปัสสาวะหรือเหงื่อเสียหายเร็วกว่าผิวแห้งหลายเท่า แม้จะพลิกตัวครบก็ตาม
- ✓ เปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีที่เปียก ไม่รอรอบเวลา และซับให้แห้งก่อนใส่ใหม่ทุกครั้ง
- ✓ เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อน ซับแห้งโดยเฉพาะข้อพับ ใต้ราวนม และขาหนีบ
- ✓ ทาโลชั่นบำรุงผิวได้ แต่ห้ามนวดแรงบริเวณที่มีรอยแดง เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวเสียหายมากขึ้น
- ✓ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เรียบตึง รอยยับและเศษอาหารบนที่นอนกดผิวเป็นจุด ๆ ได้จริง
4. กายบริหารบนเตียง กันข้อติดกล้ามเนื้อลีบ
คำตอบสั้น: ข้อที่ไม่ได้ขยับจะเริ่มติดภายในไม่กี่สัปดาห์ การขยับข้อให้ครบทุกข้อวันละครั้ง ช่วยรักษาช่วงการเคลื่อนไหวไว้ และทำให้การดูแลประจำวันง่ายขึ้นสำหรับทุกคน
หลักคือค่อย ๆ ขยับในช่วงที่ท่านไม่เจ็บ ทั้งข้อไหล่ ข้อศอก ข้อมือ นิ้ว สะโพก เข่า และข้อเท้า ทำช้า ๆ ไม่ฝืน ไม่ดึงกระตุก ถ้าท่านแสดงอาการเจ็บให้หยุดที่จุดนั้น ที่สำคัญคือควรให้นักกายภาพบำบัดวิชาชีพประเมินและวางท่าที่เหมาะกับอาการของท่านก่อน แล้วครอบครัวหรือผู้ดูแลจึงทำต่อเนื่องตามโปรแกรมนั้นทุกวัน ไม่ควรคิดท่าเอาเองในกรณีที่มีกระดูกหักหรือข้อผิดรูป
ดูแลเองอยู่แล้ว แต่เริ่มไม่ไหว?
โทรมาเล่าอาการได้ ทีมงานช่วยประเมินว่าตอนนี้ควรทำอะไรก่อน — ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
5 สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องหาคนช่วย
คำตอบสั้น: ไม่ใช่ทุกครอบครัวต้องส่งท่านเข้าศูนย์ แต่ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้ ควรหาคนช่วยเพิ่มก่อนที่จะเกิดเรื่อง ไม่ใช่หลังจากนั้น
- – เริ่มมีรอยแดงหรือแผลที่ผิวหนัง แม้พลิกตัวแล้ว แปลว่าความถี่หรือเทคนิคยังไม่พอ
- – ท่านสำลักหรือไอบ่อยเวลากิน หรือมีไข้ต่ำ ๆ ซ้ำ ๆ
- – คนดูแลนอนไม่พอต่อเนื่อง เพราะต้องตื่นพลิกตัวกลางคืนทุกคืน
- – ไม่มีคนสำรอง เมื่อคนดูแลป่วยหรือมีธุระจำเป็น
- – คนดูแลเริ่มมีอาการของตัวเอง ปวดหลัง นอนไม่หลับ หรือเครียดจนกระทบงานและครอบครัว
“ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด — เพราะถ้าคนดูแลล้มลง ผู้สูงอายุจะไม่มีใครดูแลเลย การหาคนช่วยจึงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการทำให้การดูแลไปต่อได้”
ที่อ้อมกอดรับดูแลผู้สูงอายุติดเตียง พลิกตัวป้องกันแผลกดทับทุก 2 ชั่วโมง มีผู้ดูแลอยู่เวรตื่นตลอดคืน ตรวจตราทุก 2 ชั่วโมง ภายใต้การกำกับดูแลของทีมพยาบาล กรณีที่ต้องการการดูแลซับซ้อนเช่นให้อาหารทางสายยาง ทีมประเมินก่อนรับทุกเคสและแจ้งราคาที่แน่นอนก่อนเข้าพัก — ดูบริการทั้งหมด · ดูราคา
คำถามที่ครอบครัวถามบ่อย
ผู้สูงอายุติดเตียง ต้องพลิกตัวบ่อยแค่ไหน
แนวปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไปคือพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อไม่ให้ผิวหนังบริเวณเดิมถูกกดทับนานเกินไป จุดที่เกิดแผลกดทับง่ายที่สุดคือก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ข้อศอก และหลังศีรษะ การพลิกตัวควรใช้ผ้ารองช่วยยกไม่ใช่ลากตัว เพราะการลากทำให้ผิวหนังถลอกและเกิดแผลได้ง่ายกว่าเดิม
ป้อนอาหารผู้สูงอายุติดเตียงอย่างไรให้ปลอดภัย
หลักสำคัญคือจัดท่านั่งหรือยกหัวเตียงขึ้นอย่างน้อย 30 ถึง 45 องศาก่อนป้อน ป้อนคำเล็ก ช้า และรอให้กลืนหมดก่อนป้อนคำต่อไป หลังอาหารเสร็จให้คงท่าไว้อีกประมาณ 30 นาทีก่อนให้นอนราบ เพื่อลดโอกาสสำลักและอาหารไหลย้อน หากท่านไอหรือเสียงเปลี่ยนขณะกลืน ควรหยุดและปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์ เพราะเป็นสัญญาณของการกลืนลำบาก
ดูแลติดเตียงเองที่บ้าน เมื่อไหร่ควรหาคนช่วย
สัญญาณที่ควรหาคนช่วยคือ เริ่มมีรอยแดงหรือแผลที่ผิวหนังแม้พลิกตัวแล้ว ท่านสำลักหรือไอบ่อยเวลากินอาหาร คนดูแลนอนไม่พอต่อเนื่องเพราะต้องตื่นกลางคืน ไม่มีคนสำรองเมื่อคนดูแลป่วยหรือมีธุระ หรือคนดูแลเริ่มมีอาการปวดหลังและความเครียดของตัวเอง ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุดเพราะถ้าคนดูแลล้ม ผู้สูงอายุจะไม่มีใครดูแลเลย
เขียนโดย พว.กรกมล ซ้ายขวา
พยาบาลวิชาชีพ | ผู้จัดการฝ่ายการพยาบาล อ้อมกอด เนอสซิ่งโฮม
เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาล พว.5511238017
กำกับดูแลมาตรฐานการดูแลทั้งหมดของ อ้อมกอด Nursing Home ดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในนนทบุรีและกรุงเทพฯ
เผยแพร่ 26 กรกฎาคม 2569 — บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย ผู้สูงอายุแต่ละท่านมีข้อจำกัดต่างกัน ควรให้พยาบาลหรือแพทย์ผู้ดูแลประเมินก่อนเริ่มปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีมีกระดูกหัก ข้อผิดรูป แผลกดทับที่เปิดแล้ว หรือให้อาหารทางสายยาง
แอด LINE อ้อมกอด @omkodcare
สอบถามห้องพัก ราคา และนัดชมสถานที่ ตอบทุกวัน 08:00–18:00 น.
สแกนด้วยแอป LINE เพื่อเพิ่มเพื่อน
เปิด LINE เลย
